ทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส สวิส อิตาลี 9 วัน ทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส สวิส อิตาลี 9 วัน
  • ทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส  สวิส อิตาลี 9 วัน

ทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส  สวิส อิตาลี 9 วัน 

พิชิตยอดเขาจุงเฟราว Top of Europe

พระราชวังแวร์ซายส์ และพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ในแต่ละห้อง ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว)

พักสวิสเซอร์แลนด์ 2 คืน พัก Interlaken สถานตากอากาศที่นักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกชื่นชอบมากที่สุด

พักเมืองลูเซิร์น  เมืองเล็กๆอันแสนน่ารัก ชมสัญลักษณ์ประจำเมือง สะพานไม้ชาเปล  และ สิงโตหินแกะสลัก

แวะเที่ยวมิลาน มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ พร้อมถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งมิลาน

เที่ยวเกาะเวนิส รวมล่องเรือกอนโดล่า ชมวิวบรรยากาศของเวนิส

นครรัฐวาติกัน เที่ยวชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

  ลิ้มรสเมนูพิเศษ 

สายการบิน EMIRATES  แอร์เอมิเรต

ฝรั่งเศส : หอยเอสคาโก้ + ไวน์ + เป็ดอบซอสส้ม/สเต๊กเนื้อ/ปลา + ของหวาน

สวิตเซอร์แลนด์  : ฟองดูต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์

อิตาลี  : พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี + สปาเก็ตตี้อิตาลี

 

รายละเอียดการเดินทาง วันที่ 31 มี.ค. – 8  เม.ย. // วันที่ 29 เม.ย. – 7 พ.ค. 2560

วันแรก            กรุงเทพฯ ปารีส

17.30 น.          คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ T สายการบิน EMIRATES (EK) สังเกตุป้าย กราเซีย กรุ๊ป เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง

21.05 น.          ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเที่ยวบินที่ EK 373/ EK 071 แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบ  บริการอาหารและเครื่องดื่มตลอดเที่ยวบิน


วันที่สอง        ปารีส พระราชวังแวร์ซายส์ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์  –ล่องเรือแม่น้ำแซน ชมเมือง– อาหารพื้นเมืองหอยเอสคาโก้อบเนยในร้านสุดหรู

09.30 น.         เดินทางถึง สนามบินชาล์เดอโกล์ล หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว รถโค้ชปรับอากาศมาตรฐานยุโรปนำท่านเดินทางไปยัง แวร์ซายส์ อดีตเมืองหลวงและศูนย์กลางการเมืองการปกครองในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 อยู่ห่างจากปารีสไปทางตะวันตกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร นำท่านเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์  (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) พระราชวังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใหญ่ที่สุดในปฐพี ชมความอลังการของพระราชวังซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความงดงามของห้องต่างๆ อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงครามและสันติภาพ รวมถึงเรื่องราวและความเป็นมาของอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้ จากนั้นอิสระให้ท่านได้ชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณอุทยานอันร่มรื่นและหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสีสันสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางเข้าสู่ นครปารีส นครหลวงของฝรั่งเศส ศูนย์กลางแห่งแฟชั่นชั้นนำของโลก ตั้งอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำแซน

เที่ยง               รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

บ่าย                  หลังจากนั้นนำท่านเข้าชมความยิ่งใหญ่ อลังการ ณ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยาย ข้อมูลแน่นปึ๊ก ที่สำคัญเที่ยวแบบ VIP ไม่มีต่อคิว) หรือในชื่อทางการว่า THE GRAND LOUVRE  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวตึกที่ตั้งอยู่เคยเป็นพระราชวังมาก่อน โดยกษัตริฟิลิป-ออกัสตัส สร้างเป็นป้อมปราการ จากนั้นพระเจ้าชาร์ลที่5 ได้ขยายป้อมปราการลูฟร์ให้เป็นพระราชวัง พระเจ้าหลุยส์ 13และ14 เคยประทับอยู่ที่นี่ ปัจจุบัน ลูฟร์ เป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 ชิ้น มีตั้งแต่ศิลปะ สมัยอีทรัสกัน กรีก โรมัน อียิปต์ภาพเขียนและปติมากรรมยุคเรอเนสซองซ์ ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับปิรามิดแก้ว ซึ่งเป็นทางเข้าหลักออกแบบโดยสถาปนิกเชื้อสายอเมริกัน - จีน นำท่านชื่นชม ภาพวาดโมนาลิซา ของเลโอนาร์โด ดาวินชี จิตรกรและสถาปนิก อัจฉริยะ ชาวอิตาเลียน ภาพวาดชวนพิศวงเนื่องมาจากรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเลศนัยของนางที่อยู่ในภาพ จนทำให้ผุ้คนวิจารณ์กันมากว่าแท้จริงแล้วโมนาลิซ่า คือใครกันแน่ เป็นบุรุษหรือสตรี   ชมรูปปั้นภาพเทพธิดาวีนัส (VENUS DEMILO) และศิลปะสำคัญ ของโลกส ภายในพิพิธภัณฑ์ นำท่านสู่ ท่าเรือ Pont de L’alma เพื่อลงเรือ บาโตมูซ ล่อง แม่น้ำแซน ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมือง ผ่านชมความงดงามของ โบราณสถาน และอาคารเก่าแก่สร้างขึ้นตามสไตล์ของศิลปะเรอเนสซองส์ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็นอย่างดี ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้ ศูนย์กลางเมืองแห่งแรก สถานที่ตั้ง มหาวิหารนอเตรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิกที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนะโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และ พระราชวังกองแซร์เจอรี วังทรงชาโต้และเรือนจำหลวงซึ่งเคยเป็นที่คุมขังพระนางมารี อังตัวแนตต์ ฯลฯ

ค่ำ                    รับประทานอาหารแบบพื้นเมืองฝรั่งเศส (เมนู หอยเอสคาโก้อบเนย ,ท่านสามารถ เลือก สเต๊กสไตล์ฝรั่งเศส 1 อย่าง อาทิเนื้อหมู/เนื้อวัว/เป็ดอบซอส/ปลา  พร้อมจิบไวน์ฝรั่งเศส ตบท้ายด้วยของหวาน )

พักค้างคืน ณ MERCURE PARIS PORTE D'ORLEANS หรือเทียบเท่า (คืนที่ 1)


วันที่สาม        ชั้น 2 ของ หอไอเฟิล – ประตูชัย – ช็อปปิ้งห้างแกลลารี่ ลาฟาแยตต์ รถไฟด่วน TGV ดิจอง

เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

             นำท่าน ขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของ หอไอเฟิล  สัญลักษณ์ของนครปารีสเลิศหรู อลังการโรแมนติค เป็นหอสูงสร้างด้วยโครงเหล็กทั้งหมด โดยชาวฝรั่งเศสชื่อ กุสตาฟ เอฟเฟล มีความสูง 984 ฟุต ใช้เหล็กทั้งหมด 7 พันตัน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 เพื่อเป็นประติมากรรมฉลองครบรอบ 100 ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ท่ามกลางเสียงคัดค้านของประชาชนในสมัยนั้นว่า รูปทรงน่าเกลียดอัปลักษณ์เป็นที่สุด หารู้ไม่ว่าอีกไม่กี่สิบปีต่อมา หอเหล็กสูง 324 เมตร น้ำหนัก 10,000 ตันนี้ จะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่คนทั่วโลกอยากมาเห็น ให้ท่านได้เพลิดเพลิน สนุกสนาน ชมทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงปารีส ได้อย่างทั่วถึงและจุใจหลังจากนั้นนำท่านไปชม ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ก่อนนั่งรถผ่านชมสองฟากฝั่ง ถนนชองป์เซลิเซ่ ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก

เที่ยง                อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวก และให้เวลากับการช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

นำท่านสู่ ร้านสินค้าปลอดภาษี ย่านออสมันบูโลวาร์ด เพื่อให้    ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่คืนภาษีให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อาทิเช่น เครื่องสำอาง, น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้งเสื้อผ้า Brand Name จากฝรั่งเศส จากนั้นอิสระให้ท่านช็อปปิ้งสินค้าที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แกลลารี่ ลาฟาแยตต์ ซึ่งมีสินค้าแบรนด์เนมทุกยี่ห้อรวมถึง Louise Vuitton ท่านที่ไม่มี  ความประสงค์ช็อปปิ้งสามารถเดินชมความงามของ      บ้านเมืองและโรงละครโอเปร่า ที่เก่าแก่สวยงาม เพราะย่านช็อปปิ้งอยู่กลางเมืองมีอาคารบ้านเรือนสวยงามมาก  สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางไปยังสถานีรถไฟ TGV นำท่านเดินทางสู่เมืองดิจอง ด้วยรถไฟด่วน TGV เพลิดเพลินและสนุกสนานกับความสะดวกสบาย ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง (ไม่ต้องลากกระเป๋าใหญ่ไปให้ลำบาก เพราะเรามีรถบัสขนสัมภาระไปให้ท่าน ) ผ่านชมทิวทัศน์ของท้องทุ่ง และชีวิตผู้คนชาวฝรั่งเศสในชนบทไปยัง เมืองดิจอง เมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องไวนืของฝรั่งเศส

  ค่ำ                รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม (อาหารพื้นเมือง สไตล์ฝรั่งเศส )

พักค้างคืน ณ NOVOTEL SUD HOTEL DIJON หรือเทียบเท่า (คืนที่ 2)


วันที่สี่             ดิจอง ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล – อนุสาวรีย์สิงโต  (สวิตเซอร์แลนด์)

เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำคณะออกเดินทางสู่นำท่านเดินทางโดยรถโค้ช นําท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น เมืองนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า เวียวาลด์ สแตร์ทเตอร์ อันหมายถึงทะเลสาบสี่พันธรัฐ นำท่านชม สะพานไม้ชาเปล สัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์นสะพาน  ไม้ที่เก่าแก่มีอายุ หลายร้อยปี  นําท่าน ชม  อนุสาวรีย์สิงโต สัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์และกล้าหาญของชาวสวิสเซอร์แลนด์ ที่เสียชีวิตในประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวังในคราวปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสแกะสลักอยู่บนหน้าผาหิน

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย              ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศกลางเมือง น่ารัก เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่าย นาฬิกาสวิสฯ   อาทิ ROLEX,PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP เป็นต้น หรือเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกเช่น มีดสวิสฯ พร้อมสลักชื่อ, สินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก, ช็อคโกแลต เป็นต้น

ค่ำ              รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

 พักค้างคืน ณ Ibis Styles Luzern City  หรือเทียบเท่า (คืนที่ 3)

 


วันที่ห้า         ลูเซิล์น – ยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe – อินเทอร์ลาเก้น

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

           นำคณะออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศขึ้นมุ่งหน้าขึ้นสู่หมู่ บ้านกรินเดลวาลด์กรุน เพื่อนำท่านขึ้นรถไฟ สายจุงฟราวบาห์เนน ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์ขนานแท้ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ล่วงบ้านหลังน้อยใหญ่ปลูกแบบน่ารักๆทรงสวิสชาเลต์ ฝูงวัวพื้นเมืองที่กระจัดกระจายแทะเล็มหญ้าอยู่ทั่วบริเวณ ลำธารน้ำธรรมชาติเล็กๆ ที่ใสสะอาดและฉากหลังที่มีภูเขาหิมะตั้งตระหง่านขาวโพลน ซึ่งจะทำให้คณะได้รับความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟชมวิวท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์  แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่สถานีไคลน์ไชเด็กรถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุดเจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร จนกระทั่งถึง สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป Top of Europe บนยอดเขาจุงเฟรา ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต)  จุดสูงสุดคือลานน้ำแข็งขนาดใหญ่เรียกว่า Sphinx  นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ เพราะยอดเขาแห่งนี้ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี ในปี 2001  อิสระให้ท่านถ่ายภาพความประทับใจตามอัธยาศัยกับแบบจุใจ ไม่มีเร่งรีบ จากนั้นนำท่าน ชม ถํ้านํ้าแข็ง1,000ปี  ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่าง จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลกพร้อมซื้อของที่ระลึกต่างๆตามอัธยาศัย...

เที่ยง                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร บนยอดเขาจุงเฟรา

บ่าย                  นำท่านขึ้น สวิสสฟิงซ์ หรืออาคารสังเกตุการณ์ ที่ความสูง 3,571 เมตร/11,716 ฟิต ท่านสามารถชมวิวได้รอบ 360 องศาจากระเบียงได้ประสบการณ์แสนประทับใจการเดินทางสู่ ยุงค์ฟราวยอร์ค-หลังคายุโรป ไปแล้วไม่ได้มาจุดชมวิวจุดนี้ เหมือนมาไม่ถึง ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางลงจากยอดเขา โดยเส้นทางรถไฟอีกด้านหนึ่งเพื่อ เปลี่ยนบรรยากาศ ไม่ให้ซ้ำทางเดิมผ่านเมือง เวนเก้น เมืองที่สร้างบ้านแบบสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีความสวยงามมากจนยากที่จะลืม  แวะเปลี่ยนรถไฟที่สถานีไคลน์ไชเด็คซึ่งบริเวณสถานีนี้ ล้นเกล้ารัชกาลที่5 เคยเสด็จมาแล้ว  จนกระทั่งถึงเมืองเลาเท่นบรุนเน่น (LAUTERBRUNNEN)เดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเค่น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมืองตากอากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่งกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่งคือ Thunersee และ Brienzersee ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อ , นาฬิกาดอกไม้ , สถานคาสิโน ฯลฯ ให้ท่านเดินเล่นพักผ่อน ชื่นชมบรรยากาศของตัวเมืองที่มีทุ่งหญ้ากว้างกลางเมือง มีสวนดอกไม้เล็กๆ น่ารักสร้างสีสันให้ตัวเมือง รวมทั้งมีอาคารคาสิโนคูซาลอายุกว่า 100 ปีที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น และยังเป็นคาสิโนของเมืองอีกด้วย

ค่ำ               รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (ฟองดู ต้นตำหรับสวิตเซอร์แลนด์)

 พักค้างคืน ณ CITY OBERLAND หรือเทียบเท่า (คืนที่ 4)

 


วันที่หก          อินเทอร์ลาเก้นมิลาน – เวนิส

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

 นำท่านเดินทางไปยัง เมืองมิลาน เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ ซึ่งมิลานถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน และ โรม นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน (Panettone) อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึง สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และ สโมสรฟุตบอลเอซีมิลาน  ถ่ายรูปด้านหน้ากับมหาวิหารแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน และเป็นวิหารหินอ่อนสถาปัตยกรรมโกธิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 500 ปี ลักษณะเด่นของวิหารที่นอกเหนือจากความวิ  จิตรงดงามแล้ว ยังประดับประดาไปด้วยรูปั้นนับกว่า 3000 รูป ที่สวยงามไม่แพ้กัน

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

ได้เวลานัดหมาย นำท่าน เดินทางสู่ เมืองเวนิส – เมรเตร้ เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง


ค่ำ                   รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง สปาเก็ตตี้ต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก)

พักค้างคืน ณ Novotel Venice Mestre หรือเทียบเท่า (คืนที่ 5)


วันที่เจ็ด         เวนิส ล่องเรือกอนโดล่า –  ปีซ่า – หอเอนปีซ่า  

เช้า                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเชโต จากนั้นลงเรือเหมาลำส่วนตัวเดินทางสู่ เกาะเวนิส เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนนเป็นเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือซานมาร์โก (เซนต์มาร์ก) จากนั้นนำท่านเดินเท้าไปยัง จัตุรัสซานมาร์โก อันเป็นศูนย์กลางของนครเวนิส ผ่านชม สะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง พระราชวังดอจ กับ เรือนจำโบราณ อันเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเว นิสใน อดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคนั้นอีกด้วย ชม โบสถ์เซนต์มาร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์และอาคารรายระเบียง สำหรับนักท่องเที่ยวนั่งพักผ่อนหย่อนใจกับร้านกาแฟชื่อดังหรือเลือกช้อปปิ้งสินค้าของเวนิสตามร้านรวงต่างๆ อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบและคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  พิเศษ! นำท่านล่องเรือกอนโดล่า เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิสสู่คลองใหญ่ (Grand Canal) คลองที่กว้างที่สุดของเกาะ และงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมของศิลปินเอกไมเคิล แองเจโล ที่สะพานเรียลอัลโต้ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ถึงเวลานัดหมายนำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่ง ท่าเรือตรอนเชโต้

เที่ยง             รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารพื้นเมือง พิซซ่าต้นตำหรับอิตาลี+สเต็ก+ของหวาน)

บ่าย              นำท่านเดินทางผ่าน โบโลญญ่า เมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ของอิตาลีไปยัง    ปีซ่า เมืองซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเชิงเขา Monte Pisano ทางตะวันตกของแค้วนทัสคานี อดีตเมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันตก ที่มีชื่อเสียงของชาวโรมันช่วงศตวรรษที่ 11-13 บ้านเกิดของนักดาราศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ กาลิเลอิ นำท่านนั่งรถบัสท้องถิ่นประจำเมืองเข้าสู่ ศูนย์กลางของเมืองที่ จัตุรัสแคมโป สถานที่ตั้งของ อาคารแบ็บติสตรีทรง กลม, มหาวิหารประจำเมือง สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันเนสก์ และ หอระฆัง ที่เอนเอียงเพราะความผิดพลาดในการก่อสร้าง จนทำให้ได้ชื่อว่า หอเอนปีซ่า และนับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกชิ้นหนึ่งของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย

ค่ำ                  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักค้างคืน ณ GALILEI  HOTEL หรือเทียบเท่า (คืนที่ 6)


วันที่แปด        ปีซ่า โรม วาติกัน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ โคลอสเซี่ยม น้ำพุเทรวี่ บันไดสเปน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ กรุงโรม เมืองหลวงของประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอ มีทั้งความเก่าและความใหม่ซ้อนแทรกอยู่ด้วยกันแทบจะแยกไม่ออก โรมเป็นศูนย์กลางของความเจริญในยุคโบราณ และอาณาจักรโรมันได้แผ่ขยายออกไปทุกทิศทุกทางชนิดที่มีคำกล่าวว่า ถนนทุกสายมุ่งสู่ กรุงโรม

เที่ยง           รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารจีน)

บ่าย             นำท่านเดินทางข้ามแม่น้ำไทเบอร์ ซึ่งไหลผ่านใจกลางเมืองเข้าสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระซึ่งที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก และยังเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสตจักรโลก นำท่านถ่ายรูปที่ระลึกบริเวณด้านหน้าลานกว้างของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งมีทางเดินทางเดินครึ่งวงกลมสองด้านเป็นผลงานชิ้นเอกของเบอร์นินี่ จากนั้นนำท่านเข้าชมภายในมหาวิหารซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดโลก ซึ่งจุผู้คนได้ถึง 50,000 คน ซึ่งประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย เช่น ปีเอต้า รูปแกะสลักหินอ่อนพระแม่มารีอุ้มพระเยซูไว้บนตัก และ ยอดโดมขนาดใหญ่ ซึ่งมีภาพเขียนอันงดงามวิจิตรผลงานของศิลปินเอก ไมเคิล แองเจโล ตรงกลางมหาวิหารมี ศาลาคาโนปี ซึ่งเป็นแท่นบูชาในโบสถ์ออกแบบอย่างวิจิตรพิสดารโดย เบอร์นินี่  สมควรแก่เวลานำท่านไปพบกับสิ่งก่อสร้างอันงดงามซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของกรุงโรมและจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ โคลอสเซี่ยม เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 และทางด้านตะวันตกของโคลอสเซียมยังมี ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของ จักรพรรดิคอนสแตนติน อิสระให้ท่านชมแล  ะถ่ายรูปที่ระลึกตามอัธยาศัยถึงเวลานัดหมายนำท่านนั่งรถผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่ โรมันฟอรั่ม เข้าสู่ จัตุรัสเวเนเซีย ชม ระเบียงปาลาสโซ่ ที่กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินี และ อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 หรือพระบิดาของชาวอิตาลี นำท่านชม น้ำพุเทรวี่ ซึ่งจัดได้ว่าเป็&a

แสดงความเห็น

หมายเหตุ: ไม่รองรับข้อความที่มีรูปแบบ เช่น HTML PHP Javascript
    แย่           ดี

ทัวร์ยุโรปฝรั่งเศส สวิส อิตาลี 9 วัน

  • รหัสทัวร์: GG02(D)(EK)
  • สถานะแพคเกจทัวร์: มีแพคเกจทัวร์
  • 84,900 บาท


คำค้น: ทัวร์ยุโรป พระราชวังแวร์ซายส์ พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ สะพานไม้ชาเปล มืลาน เกาะเวนิส