รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอิตาลีรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอิตาลี พาทัวร์อิตาลีหรืออิตาลี่ ประเทศอันเป็นแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวโบราณ แฟชั่น และศิลปะปราณีต ดูไฮไลท์เมืองท่องเที่ยวในอิตาลีและคำแนะนำดีๆ

การเตรียมตัวเที่ยวอิตาลี

รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวอิตาลี อีกหนึ่งจุดหมายที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ พร้อมไฮไลท์เมืองในฝัน

อิตาลี (อังกฤษ: Italy; อิตาลี: Italia) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี (อังกฤษ: Italian Republic; อิตาลี: Repubblica italiana) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บริเวณยุโรปใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์ กับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย ประเทศอิตาลีเป็นประเทศสมาชิกก่อตั้งของสหภาพยุโรป เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8 ดูประวัติประเทศอิตาลี

วีซ่าอิตาลี
วีซ่าที่ลูกค้า โรม่าทราเวล จะต้องมีคือ “ประเภทท่องเที่ยว” วีซ่าประเภทท่องเที่ยว สำหรับผู้มีความประสงค์เดินทางเข้าประเทศอิตาลีเพื่อการท่องเที่ยว. (ระยะเวลาในการพำนักสูงสุด : 90 วัน) สำหรับการยื่นทำวีซ่ามีค่าใช้จ่าย 60 ยูโร  โดยประมาณ ขั้นตอนในการทำวีซ่าอิตาลี

สกุลเงินอิตาลี
ยูโร (Euro, €) ยูโรได้เป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการของประเทศอิตาลี ตั้งแต่ 1 มกราคม 1999 ยูโรมีธนบัตรยูโร มี 7 ราคา (5, 10, 20, 50, 100, 200 และ 500 ยูโร) และ 8 เหรียญกษาปณ์ด้วยกัน (1, 2, 5, 10, 20, 50 เซนต์ 1 ยูโร และ 2 ยูโร) ใน ขณะที่เขียนยูโรเป็นสกุลเงินที่แข็งแกร่งและมั่นคง แม้ว่าค่าจะตกและผันผวนบ้าง แต่นั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันให้คุณตรวจสอบกับธนาคารหรือออนไลน์ที่ http://www.xe.com หรือ http://www.oanda.com

ระบบไฟฟ้า
ที่อิตาลีใช้แบบ ขากลมเล็ก 2 ขา ไฟ 220 โวล์ตเท่าที่ไทย เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวก็เตรียมไปแค่หัวแปลงปลั๊กก็พอ *พิเศษลูกค้าบางกรุ๊ปสบายใจได้ โรม่าทราเวล จัดให้ท่านไปพร้อม

น้ำดื่ม
สามารถดื่มจากก็อกน้ำปะปา เนื่องจากสะอาดมากพอ ถ้าซื้อขวดละ 1 – 2 ยูโร หรือกรอกจากน้ำพุที่เห็นหากไม่มีป้ายเตือนสามารถดื่มได้เลย

สภาพอากาศ 
ลักษณะภูมิอากาศของประเทศอิตาลีมีหลากหลายรูปแบบและอาจแตกต่างจากลักษณภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนตามพื้นที่ตั้งของประเทศ
ตอนเหนือของอิตาลี – จะเป็นพื้นที่ระหว่างเทือกเขา Alps และเทือกเขา Tuscan-Emilian Apenines ภูมิอากาศในภูมิภาคนี้จะค่อนข้างแปรปรวน ซึ่งในฤดูหนาวจะหนาวมาก และในฤดูร้อน จะมีอากาศร้อนชื้น และร้อนมาก
ตอนกลางของอิตาลี – จะมีภูมิอากาศที่อบอุ่น มีความแตกต่างกันเล็กน้อยของอุณหภูมิระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน
ตอนใต้ของอิตาลี และเกาะต่าง ๆ – ฤดูหนาวจะไม่หนาวมาก และในส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศคล้ายคลึงกับฤดูร้อนของ ภูมิภาคอื่น ๆ ในอิตาลี
 

เวลา
เวลาที่อิตาลีช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง ตรวจสอบได้ที่  th.thetimenow.com/italy

ภาษา
อิตาเลียนเป็นภาษาที่มีสำเนียงไพเราะ เหมือนเสียงดนตรี ฉะนั้นเวลาที่เราพูดหรืออ่านควรอ่านให้มีเสียงสูงต่ำ ตามคำนั้นๆ แต่การที่จะทำได้ก็ต้องอาศัยการฝึกพูด และฟังบ่อยๆ  ชาวอิตาเลียนจะเข้าใจว่าเราเป็นชาวต่างชาติ พยายามที่จะเข้าใจสิ่งที่เราพูด บางครั้งเราต้องใช้ภาษามือกันบ้าง สิ่งที่ยากในภาษาอิตาเลียน คือหลักไวยกรณ์ เพราะมีเยอะมาก  เหมือนกับภาษาอังกฤษตรงที่มีแยก ปัจจุบัน  อดีต  อนาคต  แต่ที่มีเพิ่มมากขึ้น คือ แยกเพศคำ หญิง  ชาย ด้วย  ภาษาอิตาลี มีใช้ในประเทศอิตาลี สหภาพยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ ซานมารีโน นครรัฐวาติกัน เทศมณฑลอิสเตรีย ชาด เอริเทรีย ไนเจอร์ บูร์กินาฟาโซ เรียนรู้คำพื้นฐาน

โทรศัพท์
การโทรศัพท์ในอิตาลีสามารถเลือกวิธี คือ วิธีที่ 1ใช้ International Roaming สามารถติดต่อจากค่ายมือถือที่เราใช้ AIS Dtac TrueMove สามารถเลือกแบบเหมาจ่ายได้  วิธีที่ 2 ซื้อ Simcard จากที่อิตาลีใส่ รองรับ 3G เช่น ค่าย TIM จะมี package ให้เลือกเหมาะสมกับเรา วิธีที่ 3 โทรศัพท์ทางไกลสาธารณะทั้งแบบหยอดเหรียญ และแบบการ์ดโฟน สำหรับแบบการ์ดโฟน ท่านสามารถหาซื้อได้ทั่วไปในราคาอย่างต่ำ 3 EURO ส่วนแบบหยอดเหรียญในกรุงโรม ปัจจุบันหาไม่ค่อยได้แล้ว สุดท้ายไม่ควรลืมอีกทางเลือก ใช้งาน WiFi ทั้งในโรงแรม หรือสถานที่ท่องเที่ยวได้เช่นกัน สำหรับการใช้งานโทรศัพท์ในการโทร รหัสการโทรระหว่างประเทศ +39

การให้ทิป
ในประเทศอิตาลี สเปน ถ้าให้ทิปเป็น 10% ของค่าอาหารก็ถือว่า ใจดีเป็นพิเศษ แต่ในประเทศฝรั่งเศสส่วนใหญ่ให้ทิปเป็น 15% ของค่าอาหาร หรือไม่ก็บอกพนักงานบริการว่าจะจ่ายเงินเท่าไหร่ อย่างเช่นค่าอาหารคือ 43 ยูโร ให้พนักงาน 50 ยูโร และบอกว่าคิดเป็น 45 ยูโร พนักงานก็จะทอน 5 ยูโรให้คุณ อีก 2 ยูโรก็จะเป็นทิปเขา

อาหารเครื่องดื่ม

ไวน์ เป็นเครื่องดื่มที่มาพร้อมกับอาหารที่เต็มไปด้วยรสชาติและขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารว่าเหมาะสมกับเครื่องดื่มไวน์ประเภทไหน
กาแฟ เป็นเครื่องดื่มในตอนท้ายของการรับประทานอาหาร เป็นประเพณีอีกอย่างหนึ่งของชาวอิตาลี เอสเพรสโซอิตาเลี่ยน
การรับประทานอาหารอิตาเลี่ยนในลำดับแรกเรียกว่า อาหารเรียกน้ำย่อย ลำดับต่อมาเรียกว่าอาหารหลัก อาหารเรียกน้ำย่อยเป็นอาหารประเภทพาสต้าในน้ำซอสสดที่มีองค์ประกอบไม่กี่อย่าง
อาหารเมื้อหลักชาวอิตาเลียน เรียกกันว่าอาหาร Mediterranean เป็นอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบที่สดมาเป็นส่วนประกอบอาหารโดยไม่ผ่านการปรุงแต่งจากสารเคมีต่างๆ เช่น มะเขือเทศสด, น้ำมันมะกอก, หัวหอม, เคปเปอร์, พริก, หอมใหญ่,โหระพา, กระเทียม, นม, น้ำมันจากดอกทานตะวัน เป็นต้น อาหารอิตาเลี่ยนไม่นิยมนำน้ำมันจากเนื้อสัตว์มาประกอบอาหาร

ช้อปปิ้ง
ช้อปปิ้งในอิตาลี ช่วงแนะนำคือ ระหว่างกลางเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายน และระหว่างปลายเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงลดราคาประจำปีของ ก็รับรองได้ว่าโรมจะเป็นอีกหนึ่งสวรรค์ที่นักช้อปปิ้งไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำสัญชาติอิตาลี ดูแหล่งช้อปปิ้งของกรุงโรม

สถานที่เที่ยวน่าสนใจ

Piazza di Spagna : บันไดสเปน (Spanish Steps) กรุงโรม
Basillica di San Pietro มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (Basilica of Saint Peter) ชาวอิตาลีเรียกกันว่า Basilica di San Pietro in Vaticano หรือเรียกสั้นๆว่าเซนต์ปีเตอร์บาซิลิกา (Saint Peter’s Basilica) กรุงโรม
Pieta ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน ผลงาน ไมเคิลแองเจลโล
Swiss Guards สวิสการ์ด ผู้อารักขาชาวสวิส มีหน้าที่ปกป้องดูแลนครรัฐวาติกัน
ซุ้ม Baldacchino ที่ตั้งเหนือหลุมศพจริงของเซนต์ปีเตอร์
Fontana di Trevi น้ำพุเทรวี่ โดยสถาปนิกชื่อ Francesco Salvi
The Colosseo สนามกีฬาโคลอสเซียม หรือ โคลิเซียม (Coliseum) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ขของโลก
La Torre di Pisa หอเอนเมืองปิซา โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปี
Foro Romano โรมันฟอรัม เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในสมัยโรมันเรืองอำนาจทั้ง ธุรกิจ การเมือง และศาสนา
Arco di Costantino ประตูชัยคอนสแตนติน ประตูชัยถูกสร้างขึ้นเพื่อสดุดีจักรพรรดิ์คอนสแตนติน

เทศกาล
เทศกาลคาร์นิวัล เทศกาลศิลปะและดนตรี เทศกาลอีสเตอร์ เทศกาลโอเปร่า เทศกาลลดราคาสินค้าประจำปี เทศกาลภาพยนตร์ พิธีมิสซา (ศีลมหาสนิท)

การเดินทางในอิตาลี
ประเทศอิตาลีมีถนนความยาวทั้งหมด 487,700 กิโลเมตร เชื่อมต่อ 13 ประเทศรอบอิตาลี มีสนามบินทั้งหมด 132 แห่ง โดยที่เป็นศูนย์กลางการบิน 2 แห่ง คือ สนามบินนานาชาติเลโอนาร์โด ดา วินชี ในกรุงโรม และสนามบินนานาชาติมัลเปนซา ในมิลาน มีสายการบินสู่ประเทศ 44 ประเทศ (ค.ศ. 2008) มีทางรถไฟความยาวทั้งหมด 19,460 กิโลเมตร เชื่อมต่อ 16 ประเทศ

ขนส่งมวลชน
การคมนาคมในอิตาลีค่อนข้างสะดวกมีทั้งรถเมล์และรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีอยู่ 2 สาย คือสาย A สาย B ในตัวเมืองการจราจรจะค่อนข้างติด สำหรับตั๋วโดยสารรถประจำทางและรถไฟใต้ดินของกรุงโรมมีหลายชนิด คือ

- ตั๋ว 1 ยูโร ใช้ได้เป็นเวลา 75 นาที
- ตั๋ววัน ราคา 4 ยูโร
- ตั๋ว 3 วัน ราคา 11 ยูโร
- ตั๋วสัปดาห์ราคา 16 ยูโร
- ตั๋วเดือนราคา 30 ยูโร (ตั๋วนักเรียน 18 ยูโร)
- ตั๋วปีราคา 230 ยูโร
- ตั๋ว 75 นาที ตั๋ววัน ตั๋วสัปดาห์ ตั๋วเดือนสามารถซื้อได้ที่ร้านขายหนังสือพิมพ์ ร้านกาแฟ ร้านบุหรี่ ส่วนตั๋วปีต้องไปซื้อที่สถานีรถไฟ การขึ้นรถประจำทางจะต้องตอกตั๋วรถ บนรถประจำทางด้วยหากขึ้นรถโดยไม่ตอกตั๋วและไม่มีตั๋วโดยสารจะต้องถูกปรับอย่างต่ำ 50 ยูโร

รถแท๊กซี่
ต้องไปขึ้นที่ป้ายจอดคิวแท็กซี่ หรือโทร 06-3570 หรือโทร 06-4994 หรือโทร 06-6646 คิดค่าโดยสารตามระยะทาง และหากมีกระเป๋าสัมภาระจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มใบละ 1ยูโร วันหยุดราชการและหลัง 4 ทุ่ม ในแต่ละวันต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม ทั้งนี้ บนรถแท็กซี่ทุกคันจะมีประกาศกำหนดราคาค่าแท็กซี่ สนามบินเลโอนาร์โด ดา วินซี (Leonardo da Vinci) หรือที่เรียกกันว่า สนามบินฟิวมิชิโน (Fiumicino) อยู่ห่างกรุงโรม 40 กม. รถไฟด่วนจากสนามบินถึงสถานีรถไฟใจกลางกรุงโรมใช้เวลาประมาณ 30 นาที หากใช้บริการแท็กซี่จากสนามบินจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 40-55 ยูโร (ไม่รวมค่าธรรมเนียมสัมภาระ) ขึ้นอยู่กับระยะทางและการติดขัดของการจราจร

  

 


ค้นหา