ทัวร์อิตาลี เวนิส ฟลอเรนซ์ ปิซ่า เจนัว มิลานเวนิส มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ ฟลอเรนซ์ สู่เมืองที่มีความงามศิลปะ ปิซ่า ชมหอเอน จัตุรัสอัศจรรย์ เจนัวเมืองมรดกโลก มิลาน มหานครแฟชั่น ชมมหาวิหารดูโอโม่

ทัวร์อิตาลี BELLA ITALIA 7D 4N

  • ทัวร์อิตาลี BELLA ITALIA 7D 4N

  • เวนิส : มนต์เส
  • ฟลอเรนซ์ : สู
  • ปิซ่า : ชมหอเอน จ
  • ชิงเคว เทอเร่ : เมืองมรดกโลก...หมู่บ้านบนผางามเหนือฝั่งรีเวียร่า

เดินทาง:  19-25 ต.ค. 21-27 ต.ค. 18-24 พ.ย. 02-08 ธ.ค.
ระยะเวลา :  7 วัน 4 คืน
ประเทศ :  อิตาลี
  • รหัสทัวร์: BELLAITALIA7D4N
  • สถานะแพคเกจทัวร์: มีแพคเกจทัวร์
  • ราคาเริ่มต้น : 44,900 บาท


เวนิส ฟลอเรนซ์ ปิซ่า ชิงเคว เทอเร่ มิลาน


เวนิส : มนต์เสน่ห์แห่งสายน้ำ..เมืองแห่งสะพาน..เมืองแห่งแสงสว่าง
ฟลอเรนซ์
: สู่เมืองที่มีความงามเป็นอมตะ...สุดยอดผลงานทางศิลปะ
ปิซ่า
: ชมหอเอน จัตุรัสอัศจรรย์...1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ชิงเคว เทอเร่
: เมืองมรดกโลก...หมู่บ้านบนผางามเหนือฝั่งรีเวียร่า
มิลาน
: มหานครแห่งแฟชั่น...ชมมหาวิหารดูโอโม่

เที่ยวสบายๆ ไม่เหนื่อย + ช้อปปิ้ง Outlet ดังๆ + โรงแรมที่พัก 3 ดาว

โดยสายการบินเอมิเรสต์ บินโดยเครื่อง AIRBUS A380

เครื่องใหม่ที่สุด และใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมบริการ ฟรี wifi บนเครื่อง

19-25

ตุลาคม

21-27

ตุลาคม

18-24

พฤศจิกายน

02-08

ธันวาคม



 

วันแรก กรุงเทพฯ – สนามบินสุวรรณภูมิ

22.00 น. 

คณะผู้ร่วมเดินทางที่น่ารักทุกท่าน พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิน เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ (EK)  **สังเกตป้าย BELLA ITALIA ** พนักงานต้อนรับและหัวหน้าทัวร์ ให้การต้อนรับพร้อมติดแท็กกระเป๋า และรับเอกสารการเดินทาง นำลูกค้าทุกท่านเช็คอินและโหลดกระเป๋า สังเกต Bordding Pass ของท่านนิดนึง จะได้รับมา 2 ใบ ใบแรกคือ กรุงเทพ – ดูไบ ใบที่ 2 คือ ดูไบ – เวนิส ส่วนกระเป๋าที่โหลดนั้นไปรอรับที่ปลายทางได้เลย นั่นคือ เวนิสนั่นเอง และผ่านพิธีการตรวจคนเข้า-ออกเมือง หลังผ่านการตรวจเรียบร้อย ทุกท่านก็จะได้เจอกับ Duty Free เขตปลอดภาษี ให้ท่านเดินช้อป เลือกซื้อสินค้าได้ตามใจชอบเลย เพราะราคาถูกกว่าข้างนอกแน่นอน จากนั้นเดินไปยัง Gate ที่ได้นัดหมาย เพื่อรอขึ้นเครื่อง


วันที่สอง  ดูไบ (เปลี่ยนเครื่อง) – เวนิส มาสเตร้ – เกาะเวนิส  – จัตุรัสซานมาร์โค

02.25 น. 

ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดย สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK371

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องฟรี ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 10 นาที)

05.35 น. 

ตื่นได้แล้วจ้า...ถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ แล้วจ้า...เวลาที่ดูไบช้ากว่ากรุงเทพ 3 ชม. ก่อนลงเครื่องหันซ้าย หันขวาเช็คสัมภาระของท่านนิดนึงนะค๊ะ จากนั้นเดินไหลตามคนออกมา เพราะ 90% คนจะมาเปลี่ยนเครื่องที่นี่ เวลาในการรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3 ช.ม. หากกลัวว่าเบื่อเดินดูของใน Duty Free เพลินๆ ลองเปรียบเทียบราคาดูเล่นๆ ที่ไทย หรือ ที่ดูไบ ถูกกว่ากัน หรือเชื่อมต่อ Wifi สาธารณะได้เลยจ้า และอย่าเดินช้อปเพลินจนลืมไป ที่ Gate เพื่อต่อเครื่องไปโบโลญ่านะจ๊ะ

dubai airport duty free

09.15 น. 

ออกเดินทางสู่ เวนิส โดย สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK135

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องฟรี ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 20 นาที)

13.35 น.

OMG!! และแล้วในที่สุดก็มาถึง!! ท่าอากาศยานนานาชาติมาร์โค โปโล หรือ ท่าอากาศยานเวนิส เวลาที่อิตาลีช้ากว่าไทย 6 ชม. นะจ๊ะ รบกวนทุกท่านปรับนาฬิกาบนข้อมือให้ช้าลง 6 ช.ม. ส่วน Smart Phone ทั้งหลายเพียงท่านเชื่อมต่อ Wifi เวลาก็จะปรับอัตโนมัติ และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

Welcome To Venice สำหรับนักเดินทางแล้ว เวนิส(Venice) คือจุดหมายปลายทางที่หอมหวานเสมอ เรียกได้ว่า ถ้ามี 10 เมืองในยุโรปที่จำเป็นต้องไป ‘เวนิส’ ไม่มีทางหลุดโผ อย่างแน่นอน นำท่านเดินทาง โดยรถโค้ช (มี wifi บนรถด้วยน๊า ) ไปยังท่าเรือตรอนเคตโต้ นั่งเรือสู่เกาะเวนิส ซึ่งเชื่อได้เลยว่าทุกท่านคงจะตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เพราะนี่คือ!! เมืองเวนิส เป็นหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี สวยม๊าก ไม่อยากจะเม๊าท์เมืองนี้เค้าได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และเมืองแห่งแสงสว่าง ดูยิ่งใหญ่ปะล๊ะ!!  มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง โดยทั้งเมืองได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 จากนั้นนำท่านขึ้นฝั่งที่บริเวณ จัตุรัสซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส

จัตุรัสซานมาร์โค เวนิส

นำท่านเดินชมความของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ (Bridge Of Sighs) มีเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้าย (เฮ่อ!! ถอนหายใจ) ซึ่งเชื่อมกับพระราชวัง ดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของผู้ครองนครเวนิส ในอดีตมีนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาแล้วนั่นคือ คาสโนว่า นั่นเอง จากนั้นทุกท่านเตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อมนะค๊ะ เพราะที่นี่ เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในโลก นโปเลียนเคยกล่าวไว้ หรือ จัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) นั่นเอง เป็นจัตุรัสที่ถูกล้อมรอบด้วยอาณาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Basilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ศิลปะแบบไบแซนไทน์ คือแบบ...เริดอะ

ทุกท่านจะได้พบกับฝูงนกพิราบที่เฝ้ารออาหารจากการหว่านข้าวโพดของนักท่องเที่ยว ท่านไหนอยากสัมผัสเรือกอนโดล่า ว่านั่งแล้วฟินขนาดไหน สอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลยคะ หากชอบจิบกาแฟชิวๆ แนะนำร้านกาแฟกลางแจ้ง และ ไอศรีมเจลลาโต้ ที่ตั้งกระจายอยู่ริมทางเดินในจัตุรัสเลยจ๊ะ หรือเลือกซื้อของที่ระลึกได้เช่นกัน เช่น เครื่องแก้วมูราโน่, หน้ากากเวนิส จากนั้นนำท่านนั่งเรือกลับขึ้นฝั่ง เมสเตร้

ค่ำ     รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL SAN GIULIANO  หรือเทียบเท่า


วันที่สาม  เวนิส – ฟลอเรนซ์ – วิหารซานตามาเรีย ดิ ฟิโอเร่ – หอระฆัง – ช้อปปิ้ง The  Mall Outlet

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

Buongiorno บ่วนโจร้โน้ แปลว่า สวัสดีตอนเช้า เช้าๆแบบนี้ออกมารับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เราจะพาทุกท่านไปชื่นชมทัศนียภาพเมืองต่อไป นั่นคือ...ฟลอเรนซ์ เมืองที่ได้รับฉายาว่า เมืองที่มีความงามเป็นอมตะ (โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 260 กม.) แหล่งกำเนิดของยุคเรอเนสซองซ์ ที่เราจะได้กลิ่นอายศิลปะไม่ว่าจะเป็นถนนในยุคกลาง ร้านค้าช่างฝีมือและปราสาทราชวังในสมัยเรอเนสซองซ์ เมืองที่มีเรื่องราวของตระกูลเมดิชี่ (ตระกูลผู้ทรงอิทธิพลและอำนาจในเมืองฟลอเรนซ์) และความรุ่งโรจน์ของงานศิลปะจากศิลปินเลื่องชื่อ เช่น ไมเคิล แองเจโล ลีโอนาร์โด ดา วินชี และ บอตติเชลลี

Cathedral of Santa Maria del Fiore

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเยี่ยมชมวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร่ (Cathedral of Santa Maria del Fiore) เป็นวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่ ใหญ่ม๊าก!! สัญลักษณ์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ ต่อด้วย หอศีลจุ่มและหอระฆังจิออตโต้ (Baptistry & Giotto’s Bell Tower) และ จัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) ซึ่งเป็นหัวใจของเมืองฟลอเรนซ์ อีกหนึ่งวิหารที่สำคัญ มหาวิหารซานตาโครเซ่ (Basilica Santa Croce) มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอีกเช่นกันใช้เป็นสถานที่ฝังศพของศิลปินชื่อดังก้องโลก ไมเคิล แองเจลโล และ กาลิเลโอ

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ The Mall Outlet (คุณสุภาพสตรียิ้มกันเลยทีเดียว) ต้องเกริ่นก่อนเลยว่า เอาท์เล็ตที่นี่บรรยากาศรอบๆฟินมาก พูดเลย!! เสมือนมี Outlet ท่ามกลางเขาค้อ แบบนั้นเลย การตกแต่งร้านเก๋มาก ของแบรนด์เนมเพี๊ยบ!! ภาพนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆน้อยๆนะค๊ะ เชิญเซเลปทุกท่านเลือกช้อปปิ้งกันได้ตามอัธยาศัยเลยจ้า…

Bus The Mall - Outlet The Mall

หลังจากที่ช้อป กุ๊ดจี่ ป้าดา และอีกหลายๆแบรนด์ดังกันเรียบร้อยแล้ว คุณผู้หญิงยิ้มหน้าบาน ส่วนคุณผู้ชายนั้น ไม่ต้องพูดถึง ฮ่าๆ (น้ำตาตกใน กลับไปเคลียบัตรเครดิตได้เลยจ้า)

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก FLORENCE DOME HOTEL หรือเทียบเท่า


วันที่สี่      ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – หอเอนปิซ่า – ชิงเคว เทอเร่ – เจนัว

เช้า          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

หลังจากที่หนังท้องตึง หนังตาห้ามหย่อนเด็ดขาดเลยนะค๊ะ!! เพราะโปรแกรมที่จะนำท่านไปเยือนวันนี้เริ่ดไม่แพ้กับวันที่ผ่านมา นำท่านสู่ ดินแดนของ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก (โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 85 กม.) จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซ่า เป็นชื่อที่ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลก ส่วนคำว่า “กัมโป เดย์ มีราโกลี” นั้นแปลว่า “จัตุรัสอัศจรรย์”ใช้เวลาในการก่อสร้างกว่า 200 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกเป็นเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1173 (พ.ศ. 1716) ไม่ปรากฏชัดเจนว่าใครเป็นคนออกแบบ เมื่อสร้างไปได้ 3 ชั้น การก่อสร้างก็มีอันต้องยุติลงในปี 1178 (พ.ศ. 1721) เพราะเมืองปิซ่าเข้าสู่ภาวะสงคราม เชิญเก็บภาพสวยๆกันได้เลยจ้า...

Torre inclinada de Pisa

จากนั้นนำท่านเดินทางไปเที่ยวทะเลกันจ้า ไม่ใช่หัวหิน หรือ พัทยานะค๊า แต่เป็นหาดสวรรค์ของคนอิตาลี (โดยใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมง 50 นาที ระยะทางประมาณ 120 กม.) ‘ภาษาอิตาเลี่ยน วันนี้ขอเสนอคำว่า Cinque Terre อ่านว่า ชิง-เคว เทอ-เร่ แปลว่า แผ่นดินทั้งห้า กิ๊บเก๋ยูเรก้ามาก...หมู่ชายฝั่งทะเลเรียงตัวยาวต่อกันและมีทางเดินเชื่อมระหว่างเมืองทั้งห้า...นั้นประกอบไปด้วย Monterrosso al Mare, Vernazza, Corniglia, Manarola และ Riomaggiore หมู่บ้านน่ารักๆเหล่านี้ตั้งเรียงรายกันตามชายฝั่งทะเลและริมหน้าผา ทัศนียภาพสวยงามและมีเสน่ห์ชวนให้มาพักผ่อนจริงๆค๊า ตั้งแต่ปี 1999 Cinque Terre ได้รับความคุ้มครองทางธรรมชาติจัดให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกหรือ UNESCO World Heritage Site ด้วย นำท่านเดินทางสู่ 2 หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทั้งห้าหมู่บ้าน นั่นคือ...Monterrosso al Mare มีสองส่วนคือ Old Town คือส่วนที่มีปราสาทของเมือง ท่าเรือ , New Town คือส่วนที่สร้างขึ้นมาเพื่อรับรองนักท่องเที่ยว สถานีรถไฟ ทั้งสองเมืองมีโรงแรม ร้านค้าต่างๆมากมาย มีชายหาดยาวๆมีร่มปักเรียง เหมาะกับการอาบแดดและว่ายน้ำเป็นที่สุด

Monterrosso al Mare

และหมู่บ้าน Vernazza (ภาพซ้าย) เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านชาวประมงที่คงเอกลักษณ์ไว้อย่างดีเยี่ยม เสน่ห์ของเมืองนี้หอระฆังวัดโดดเด่น ชายหาดไม่กว้าง ที่นี่มีไร่องุ่นที่สวยงาม โขดหินเป็นริ้วๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นและลม ธรรมชาติช่างสรรสร้าง โบสถ์ริมน้ำที่ตั้งโดดเด่นตัดกับสีสันของอาคารบ้านเรือนที่นั่น ทำให้ Vernazza ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น

 

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเจนัว ระยะทาง 89 ก.ม. ใช้เวลาเดินทาง 1 ช.ม. 30 นาที

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL VITTORIA หรือเทียบเท่า


วันที่ห้า      เจนัว – มิลาน – ดูโอโม่ – ปราสาทสฟอร์เซสโก้ – โรงละครสกาล่า –  แกลเลอเรียวิคตอริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

ได้เวลาเดินทางสู่ มิลาน (ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทาง 140 กม.)นำท่านผู้มีเกียรติทุกท่านสู่มหานครที่เรียกได้ว่าเป็น เมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี...สู่ ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco)  ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นป้อมปราการของตระกูลวิสคอนติ ปัจจุบันส่วนหนึ่งได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานศิลปะฝีมือศิลปินอิตาเลียนชื่อดังหลายคน รวมถึงรูปสลักพระแม่มารีอา ของไมเคิลแองเจโลที่แล้วเสร็จด้วย ในช่วงเย็นๆ ตรงลานน้ำพุทางเข้าปราสาทจะมีผู้คนออกมานั่งเล่น เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวมิลาน

ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) และ โรงละคร ลา สคาล่า (La Scala) (del Teatro alla Scala)

จากนั้นนำท่านเดินทางถ่ายรูปที่ โรงละคร ลา สคาล่า (La Scala) โรงอุปรากรชื่อก้องแห่งมิลาน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1776-1778 เคยได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 19

เที่ยง        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำทุกท่านเตรียมกล้องกันให้พร้อม ถ้าใครไม่ได้ถ่ายรูปจุดนี้ไว้เป็นที่ระลึกแสดงว่าท่านมาไม่ถึงเมืองมิลาน 1 2 3 ยิ้มหน่อย แชะ!!

โอววว์ ขออึ้งแปป!! มหาวิหารแห่งมิลาน หรือ ดูโอโม่ (Duomo) สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อลังการงานสร้างใหญ่โตมโหฬาร มั๊กๆ สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500ปี!!  ปัจจุบันเป็น โบสถ์แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และเป็น มหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก สูง 157 เมตร กว้าง 92 เมตร ยอดปราสาทมีปลายแหลมกว่า 135 ยอด มีรูปปั้นนักบุญคนและสัตว์ อีกกว่า 3,000 รูป และถ่ายรูป ช้อป ชิม บริเวณช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แกลเลอเรียวิคตอริโอเอ็มมานูเอลที่ 2 (Galleria Vittorio Emanuele II) ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี เป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นกระเบื้องโมเสก ลวดลายงดงามมาก ภายในประกอบไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น กุ๊ดจี่ ป้าดา หลุยส์ติ๊งต๊อง ลองแชมป์ แฮ่ๆ อันนี่แซวเล่นนะค๊ะ Gucci, Prada, Louis Vuiton, Bally, Armani, Moschino, Versace และอีกเยอะแยะมากมาย หรือนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศ เซลฟี่เก๋ๆ อัพเดตเฟสบุ๊คได้เลยจ้า…

Duomo Milan

ค่ำ           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL RAFAEL หรือเทียบเท่า


วันที่หก       มิลาน – ทะเลสาบโคโม่ – Foxtown Shopping Outlet – สนามบิน

เช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในโรงแรม

เช้านี้นำทุกท่านไปสูดอากาศที่ทะเลสาบที่สวยและโรแมนติกของชาวอิตาลีกัน นั่นคือ...ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) เมืองโคโม่นั้นเป็นเมืองเล็กๆที่มีความงาม บ้านเรือนปลูกสร้างในสไตล์ของวิลล่าและเป็นบ้านพักตากอากาศ ทะเลสาบโคโม่นั้นได้รับการจัดให้เป็นทะเลสาบที่มีความสวยงามมากที่สุดของยุโรปเลยทีเดียว หากได้มาผ่านมาเยือนซักครั้ง ท่านจะต้องมนต์สะกด และหลงรักมันอย่างแน่นอน

Lake Como

ทะเลสาบนี้เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งและทิ้งน้ำไว้จำนวนมากเมื่ออุณหภูมิของโลกเริ่มอบอุ่นขึ้น จนกลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลี มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 146 ตารางกิโลเมตร ความลึกของพื้นน้ำ 400 เมตร มันจึงเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปเลย ทะเลสาบโคโม่นั้นเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับเศรษฐีร่ำรวยและชนชั้นสูงมาตั้งแต่ยุคโรมัน จวบจนถึงปัจจุบัน ทะเลสาบโคโม่ก็ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญเพราะมีทัศนียภาพที่สวยงามจากเทือกเขาสลับซับซ้อนที่รายล้อมโอบกอดทะเลสาบเอาไว้ 

ดังนั้นจึงมีเหล่าคนดังจากทั่วโลกที่มาซื้อหาจับจองบ้านพักต่างอากาศของตนเองไว้ ณ ทะเลสาบแห่งนี้ เนื่องจากขนาดที่ใหญ่โตของทะเลสาบ ที่บริเวณริมฝั่งจึงมีหมู่บ้านเล็กๆตั้งอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโคโม่ หรือ เบลลาจิโอเป็นต้น จุดเด่นอีกประการหนึ่งที่สร้างความสวยงามแปลกตาให้กับสถานที่ก็คือสีสันของบ้านเรือนที่นี่จะใช้สีสดใสแสบตา แต่ดูกลมกลืนเข้ากับทะเลสาบสีน้ำเงินเข้ม และป่าเขาสีเขียวได้อย่างน่าประหลาดใจ 

เที่ยง        อิสระอาหารกลางวัน

สำหรับคนที่มีโอกาสได้มาที่มิลาน จะเห็นได้ว่า มิลานเป็นเหมือนสวรรค์ของนักช้อปกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นถนน Buenos Aires, Monte Napoleone หรือ รอบๆ Duomo แต่รู้หรือไม่ว่า ยังมี Outlet อยู่อีก 2 แห่งที่อยู่ไม่ไกลจากมิลานนัก และอยากให้ทุกท่านเตรียมกระเป๋าสตางค์กันไว้ให้พร้อม เนื่องจากว่าวันนี้ท่านจะได้จับจ่ายใช้สอยเงินยูโรที่อยู่ในกระเป๋าให้หมดกันเลยทีเดียว เพราะสถานที่จะพาท่านไปคือ Foxtown Outlet อยู่ห่างจากมิลานไปประมาณ 30 นาที อันที่จริงแล้วตั้งอยู่ในพื้นที่ของสวิตเซอร์แลนด์ แต่การเดินทางไปจากมิลานใกล้กว่าจากเมืองใหญ่ของสวิสมาก

Foxtown Outlet Shopping Mall Milan

ภายในมีร้านมากกว่า 160 ร้านค้า ตั้งแต่ Designer labels ไปจนถึง แบรนด์ท้องถิ่น อาทิเช่น Gucci, Prada, Miu Miu, Ferragamo, Burberry และอื่นๆอีกหลายยี่ห้อ ให้เลือกซื้อได้ตามอัธยาศัยเลยนะค๊า

Gucci, Prada, Miu Miu, Ferragamo, Burberry

ได้เวลานัดหมาย นำทุกท่านเดินทางสู่สนามบิน มัลเปนซา มิลาน

22.20 น.

ออกเดินทางกลับสู่  กรุงเทพ แวะ ดูไบ โดย สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK092

(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องฟรี ใช้เวลาเดินทาง 5.45 ชั่วโมง)


วันที่เจ็ด      ดูไบ (เปลี่ยนเครื่อง) – กรุงเทพ

06.25 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานดูไบ แวะเปลี่ยนเครื่องประมาณ 3 ชม.

09.40 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ EK372  เครื่อง A380 ลำใหญ่ที่สุดในโลกนะ มี wifi บริการบนเครื่องบินฟรีนะจ๊ะ

(พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องฟรี ใช้เวลาเดินทาง 6.20 ชั่วโมง)

19.15 น.เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ.............พร้อมความประทับใจ


อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการ

 

ผู้ใหญ่

พักห้องละ2 ท่าน

เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี                    พักรวมกับผู้ใหญ่

พักเดี่ยว

มีเตียง+

1 ผู้ใหญ่

มีเตียง+

2 ผู้ใหญ่

19-25 ต.ค. 44,900 44,900 42,900 5,000
21-27 ต.ค. 45,900 45,900 43,900 5,000
18-24 พ.ย. 45,900 45,900 43,900 5,000
02-08 ธ.ค. 46,900 46,900 44,900 5,000

 


อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับเป็นหมู่คณะสายการบินเอมิเรสต์          
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องไม่เกิน 30 กก.               
  • ค่าโรงแรมที่พักตามรายการ                                            
  • ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยวตามรายการ                                 
  • ค่ามัคคุเทศก์ชำนาญงานอำนวยความสะดวก
  • ค่าภาษีสนามบินตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ    
  • ค่าอาหารตามรายการ   
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงินท่

แสดงความเห็น

หมายเหตุ: ไม่รองรับข้อความที่มีรูปแบบ เช่น HTML PHP Javascript
    แย่           ดี

คำค้น: ทัวร์อิตาลี, เวนิส, ฟลอเรนซ์, ปิซ่า, ชมหอเอน, จัตุรัสอัศจรรย์, เจนัว, เมืองมรดกโลก, มิลาน, มหานครแฟชั่น, วิหารดูโอโม่